2006/Jul/21

หลายปีก่อนผมติดหนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันอาทิตย์งอมแงม มีหลายๆ คอลัมน์ที่ผมติดตามอ่านอยู่เป็นประจำ หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องสั้นประจำส้วมของคุณบัวไร เรื่องราวส่วนใหญ่จะเป็นนิทานที่คุณบัวไรแต่งขึ้นมา แต่สิ่งที่ทำให้นิทานของเค้าแตกต่างจากคนอื่นๆ คือตอนจบ ผมไม่รู้จะนิยามตอนจบแบบนั้นว่ายังไงดี "จบแบบโมเม" คงเป็นคำที่ใกล้เคียงที่สุดที่ผมนึกได้

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นผมเองก็มีวัตถุดิบบางอย่างที่อยากจะนำเสนอออกมาพอดี ผมก็เลยยืม (โดยไม่ได้ขออนุญาต) วิธีการจบเรื่องแบบนั้นมาใช้ ผลลัพธ์ที่ได้คือนิทานเรื่องแรกที่ผมเขียน ผมเอาไปโพสต์ไว้ในกระดานสนทนาในกลุ่มเพื่อนๆ ของผมเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2543 ถึงวันนี้ก็ 6 ปีกว่าๆ แล้ว

ผมขออนุญาตเอากลับมาโพสต์อีกครั้งที่นี่ สำหรับนิทานเรื่องแรกที่ยังไม่มีชื่อเรื่องมาจนถึงบัดนี้...


นานมาแล้ว ในเช้าวันฟ้าใส อากาศสดชื่นและลมพัดเอื่อยเย็นสบาย อาทิตย์ส่องแสงแดดอุ่นละไมฉายทาทาบทั่วสวนกุหลาบสีสด เมื่อคืนก่อนมีฝนชะเบาๆ พอให้กอกุหลาบได้ผลิบานอย่างสดชื่นในเช้านี้ หมู่ผีเสื้อตีปีกเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็ซุกตัวอยู่ในซอกกลีบกุหลาบหอมละมุน บ้างก็โผหลบหลีกกันไปมาจากดอกนี้ไปดอกโน้นโดยไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

เจ้าผีเสื้อจอมซุกซนตัวหนึ่งกลับอยากบินเที่ยวเล่นชมสวนกุหลาบให้ทั่ว มันบินโฉบฉวัดเฉวียนชื่นชมความงดงามทั่วทุกมุมสวน พอเหนื่อยก็หยุดพักสูดกลิ่นหอมสดชื่น ดูดน้ำหอมหวานจากก้านเกสร เลาะเล่นอยู่อย่างนี้จนตะวันเริ่มลอยสูง

เวลาล่วงเลยไปมาก เจ้าผีเสื้อน้อยเล่นสนุกจนพอใจแล้ว จึงบินลัดเหนือพุ่มกุหลาบเพื่อกลับไปรวมกับเพื่อนๆ ที่ยังเล่นกันอยู่ ในระหว่างทางกลับ ผีเสื้อน้อยบินผ่านช่อกุหลาบมากมายหลายหลากสีสัน มันเกิดสงสัยขึ้นมาว่าภายใต้ดอกไม้งดงามเหล่านี้จะมีอะไรอยู่บ้าง และมันก็ไม่รีรอที่จะค้นหาคำตอบ รีบบินรี่ลงไปสำรวจภายใต้กอกุหลาบทันที

สิ่งที่เห็นภายใต้อาณาจักรกลีบกุหลาบสร้างความประหลาดใจให้แก่ผีเสื้อจอมซนไม่น้อย

"ดอกไม้งามอย่างนี้กลับซ่อนเอาคมหนามอันตรายเอาไว้ด้วย อยู่นานไปคงไม่ดีแน่" เจ้าผีเสื้อคิด พร้อมกับที่พยุงตัวกลับขึ้นไปสัมผัสไอแดดเบื้องบนอีกครั้ง แต่คราวนี้โชคร้าย ปีกกว้างที่เคยอวดสีสันฉูดฉาดของมันไปเกี่ยวเข้ากับหนามคมจนขาดวิ่น ปีกที่เหลืออยู่ไม่สามารถพยุงมันขึ้นไปได้อีกแล้ว มันถลาซัดเซลงไปอย่างไม่อาจฝืน เคราะห์ดีที่ไม่โดนหนามน้อยใหญ่เกี่ยวให้ต้องบาดเจ็บไปมากกว่านี้

ผีเสื้อน้อยที่น่าสงสารตอนนี้ทำได้เพียงส่งเสียงร้องเรียกหาใครที่จะช่วยเหลือมันได้ เพื่อนๆ ของมันต่างพากันเล่นไล่จับจนไม่ได้สังเกตเสียงร้องแผ่วเบาจากเพื่อนที่กำลังบาดเจ็บ ฝูงจิ้งหรีดมัวแต่เพลิดเพลินกับการส่งเสียงเพลงระงมสวน ขบวนมดได้แต่ส่ายหน้าด้วยไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือได้อย่างไร ซ้ำร้ายเจ้าแมงมุมตัวโตยังจ้องจะจับเป็นอาหารเที่ยงมื้อโอชะเสียอีก

ตะวันลอยสูงเด่นจนแสงแดดลอดทะลุกอกุหลาบแน่นขนัดเข้ามาได้ ฝูงผีเสื้อบินกลับบ้านไปแล้ว เจ้าผีเสื้อน้อยยังคงนอนหายใจรวยรินร้องเรียกหาผู้ช่วยเหลือ ตามันพร่ามัวด้วยน้ำตาที่ค่อยซึมออกมาแทนความหวังที่เหือดหายลงไปทุกขณะ เสียงร้องและลมหายใจแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ด้วยไอระอุของอาทิตย์เที่ยงวัน

หมู่แมลงตัวจ้อยบินผ่านทางมาหลังจากเสร็จภารกิจการหาน้ำหวาน พวกมันแว่วเสียงร้องขอความช่วยเหลือแผ่วเบา จึงพากันทะยานลงไปตามต้นเสียง จนได้พบร่างผีเสื้อน้อยปีกขาดวิ่นนอนเลอะดินชุ่มฝนสิ้นเรี่ยวแรงอยู่ ไม่เหลือเค้าความงดงามสวยสง่าของผีเสื้อที่ชอบบินอวดโฉมทักทายฝูงแมลงใหญ่น้อยอยู่เลย

แมลงตัวน้อยตัวหนึ่งแบ่งน้ำหวานที่เก็บมาได้ให้เจ้าผีเสื้อดื่ม ทำให้ผีเสื้อน้อยพอมีแรงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เหล่าแมลงตัวจ้อยเมื่อได้ฟังก็ให้รู้สึกเห็นใจและออกปากอาสาช่วยเหลือเต็มที่

"ฉันจะแบ่งปีกของฉันให้เธอนะ" แมลงน้อยตัวหนึ่งเอ่ย

"ปีกของฉันใหญ่ขนาดนี้ ปีกของเธอจะแทนที่ได้อย่างไร แล้วเธอจะเอาปีกที่ไหนบินกลับบ้านล่ะ" เจ้าผีเสื้อท้วง แต่ในใจรู้สึกขอบคุณน้ำใจของแมลงน้อย

"ได้ซี พวกเราจะช่วยกันแบ่งปีกให้คนละนิดคนละหน่อย จะได้แทนที่ปีกผืนใหญ่ของเธอได้ไงล่ะ แล้วพวกเราก็จะเหลือปีกพอที่จะบินกลับบ้านได้ด้วย"

"แล้วพวกเธอจะต่อปีกเล็กๆ นั่นให้เป็นผืนใหญ่ได้อย่างไรล่ะ"

"เราจะไปขอร้องคุณตัวต่อเพื่อนบ้านของเรา คุณตัวต่อเค้าต่อได้ทุกอย่างเลยเชียวแหละ" ว่าแล้วเจ้าแมลงน้อยตัวหนึ่งก็รีบบินรี่ไปยังรังตัวต่อ

ชั่วอึดใจ แมลงน้อยก็บินกลับมาพร้อมตัวต่อและเครื่องมือพะรุงพะรัง เหล่าแมลงน้อยพร้อมใจกันสละมุมเล็กๆ ของปีกผืนจิ๋วมอบให้ตัวต่อนำไปถักทอเข้าด้วยกัน แล้วจึงเย็บติดกับส่วนปีกที่ยังเหลืออยู่ของผีเสื้อน้อย

"ขอบใจพวกเธอมากนะ ถ้าพวกเธอไม่ผ่านมาฉันคงต้องตายอยู่ที่นี่แน่ๆ เลย ฉันไม่รู้จะตอบแทนพวกเธออย่างไรดี" ผีเสื้อเอ่ย

"ไม่เป็นไรหรอก พวกเรายินดีช่วยเหลือเธออยู่แล้ว และพวกเราก็ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนด้วย เพียงแค่ช่วยเธอได้ นั่นก็เป็นสิ่งที่ตอบแทนพวกเราได้อย่างดีที่สุดแล้ว" พูดจบเหล่าแมลงน้อยผู้อารีก็ลากลับบ้าน เจ้าผีเสื้อทะยานขึ้นได้อีกครั้ง มันบินกลับไปถึงบ้านโดยสวัสดิภาพและได้เล่าเรื่องการผจญภัยของมันให้เพื่อนๆ ฟังอย่างตื่นเต้นและตื้นตันใจ

เรื่องราวน้ำใจของหมู่แมลงตัวจ้อยถูกกล่าวขานออกไปทั่วทั้งดินแดน ฝูงสัตว์ใหญ่น้อยและแมลงทั้งหลายจึงพร้อมใจกันขนานนามเจ้าแมลงตัวจ้อยนี้ว่าแมลง "ผู้เป็นที่พึ่ง" หรือเรียกสั้นๆ ว่าแมลง "พึ่ง"

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...

Comment

Comment:

Tweet


บทนี้ดีมาก
#4 by ท.ว. (61.7.174.196) At 2009-03-18 14:03,
ขอเรื่องใหม่ครับผม
อัพเดตด่วนครับ
ติดตามอ่านอยู่นะคร้าบ
#3 by ต๋อง (131.112.161.68) At 2006-10-03 10:40,
คิดได้ไงวะเนียะ
แมลงพึ่ง ตัวต่อ
เรื่องหน้าขอเป็นแมงกุ๊ดจี่ นะฮะ
#2 by กามนิต (219.165.234.98) At 2006-07-29 20:36,
โอ๊ยย..ชอบ โดนน..ต่อย
ทั้งตัวต่อและก็แมลงพึ่งเลย
เราชอบนิทาน ขอบคุณๆ
#1 by . At 2006-07-21 17:33,